วันเบาหวานโลก รู้ทันก่อนเสี่ยง เช็กระดับน้ำตาลก่อนสาย
Published : 02 November 2026
จันทร์ – ศุกร์
9.00 - 17:00
02-101-6345, 082-854-4872, 098-287-8472, 098-828-8124
miclabthailand@gmail.com
บริษัท เมดิคอล อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จำกัด
เลขที่ 7 ซอยจัดสรร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย
แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง
กรุงเทพฯ 10310
Customer:
Report date |
Patient name |
HN |
Lab Number |
Test |
Specimen |
Results |
File Download |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Received date | Patient name | HN | Lab Number | Specimen |
Results |
Test | File Download |
Published : 02 November 2026
Published : 11 April 2024
Published : 21 March 2024
Published : 17 January 2023
Published : 01 November 2022
Published : 17 October 2022
Published : 05 August 2022
Published : 22 April 2022
Published : 10 November 2020
Published : 09 November 2020
Published : 09 November 2020
Published : 09 November 2020
Published : 05 August 2020
Published : 24 April 2020
Published : 23 April 2020
Published : 23 April 2020
Published : 02 November 2026
WORLD DIABETES DAY | 14 NOVEMBER 2026

เบาหวาน โรคใกล้ตัวที่อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก รู้ทันความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสุขภาพ
วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) วันที่จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน และส่งเสริมให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการป้องกัน การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก และการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
สำหรับปี 2569 นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) กำหนดแนวคิดรณรงค์ “Early Action on Diabetes” หรือการลงมือดูแลและจัดการโรคเบาหวานตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาที่เหมาะสม
World Health Organization
โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำตาลไม่สามารถเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ
หากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด หัวใจ ไต ดวงตา และระบบประสาทได้
1. เบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน มักพบในเด็กและวัยหนุ่มสาว แต่สามารถเกิดได้ทุกช่วงวัย
2. เบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมกับการผลิตอินซูลินที่ไม่เพียงพอ มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด
3. เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่และทารก
4. เบาหวานจากสาเหตุจำเพาะอื่น ๆ (Other Specific Types) เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน หรือยาบางชนิด
แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้
มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน
มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน
ขาดการออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายน้อย
รับประทานอาหารหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นประจำ
มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะวัย 35 ปีขึ้นไป
เคยมีประวัติระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
สายตาพร่ามัว
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 บางรายอาจไม่มีอาการชัดเจนเป็นเวลานาน การตรวจคัดกรองจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ทราบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นส่วนสำคัญในการคัดกรองและประเมินภาวะเบาหวาน โดยมีการตรวจที่ใช้กันทั่วไป เช่น
Fasting Plasma Glucose (FPG) ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อประเมินระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร
HbA1c (Hemoglobin A1c) ตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด ซึ่งสะท้อนค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในช่วงประมาณ 2–3 เดือนที่ผ่านมา
ผลตรวจทั้งสองชนิดให้ข้อมูลที่แตกต่างกัน และควรพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพและการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์
เพราะการรู้เท่าทันความเสี่ยงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพ MIC Lab ขอชวนทุกคนให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองเบาหวาน แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน